ในความคิดของผมแล้วส่วนมากคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ก่อนแล้ว หรือคนที่เขียนบทความต่างๆก็จะแนะนำการเลือกบริษัทเป็นอันดับแรก ว่าภาพลักษณ์เป็นงัย สืบถึงประวัติผู้บริหาร ทีมงานเป็นยังไง มีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ เปิดดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากี่ปีแล้ว และสุดท้ายคือแผนการตลาด แผนการจ่ายค่าคอมมิชชั่นว่าคุ้มหรือเปล่า
พอตกลงร่วมทำธุรกิจ ดาวน์ไลน์หรือแม่ทีมก็จะแนะนำให้ทำตามระบบที่เคยทำมา คือสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัท ความสำเร็จของผู้คน และการท่องเที่ยว ตามสูตร แต่ก็ถือเป็นวิธีที่ได้ผล แล้วค่อยจบด้วยผลตอบแทน ซึ่งตรงนี้ผมว่าด้วยเนื้อหาที่หลากหลายมันจึงใช้เวลานาน อาจทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากฟัง จนบางครั้งเป็นสาเหตุของการล้มเหลว เพราะแม่ทีมหรือผู้นำไม่ได้สอนให้สังเกตความสนใจของผู้ฟัง แม่ทีมจะบอกว่าเราไม่ควรเอาแผนการตลาดมาก่อนเราจะต้องสร้างความเชื่อมั่นก่อน
แต่ผมกลับมองมุมกลับกัน บริษัทเปิดใหม่ไม่ได้แปลว่าไม่ดี ทุกๆบริษัทย่อมมีจุดเริ่มต้น เพียงเรามองว่าอันไหนเหมาะสมกับเรา และให้ผลตอบแทนสูง และเมื่อสร้างทีมงานได้แล้ว เราไปบริษัทไหนเราก็สามารถที่จะต่อยอดได้เลย ไม่ต้องสร้างทีมงานใหม่ แล้วก็การสเปอนซ์เซอร์คนถ้าเราปรับทัศนคติให้เค้าเข้าในใจสิ่งที่เราเสนอ คือการทำธุรกิจเครือข่าย ให้ประสบความสำเร็จ
ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย ที่เป็นที่มาคืออะไร เช่น ยกหลักการของโรเบิร์ต คิโยซากิ คือเงินสี่ด้าน หรือแสดงให้เค้าเห็นว่า ทำไมคนบางคนจน แล้วทำไมคนบางคนรวย คนจนเค้าก็อยากรวยแต่เค้าได้แต่คิดแล้วก็พอใจที่จะใช้ชีวิตอย่
างนี้ไปเรื่อยๆ แต่คนรวยเค้าจะคิดว่าเค้าต้องรวยและต้องทำยัง และนั้นเป็นสิ่งที่แตกต่างกันตรงที่ความคิด และผมเรียกมันว่าความฝัน แสดงให้เค้าว่าคนเรามันต่างตรงความฝันนี่แหละ แล้วจึงแสดงให้เห็นถึงวิธีการหรือแนวทางที่จะไปถึงฝันที่เค้าตั้งไว้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น